(0086) 400-0086222

“ไม่กลัวโรคมะเร็ง,แต่กลัวเจ็บ” รักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีนี้ ทำให้เธอห่างไกลจากโรคมะเร็ง ได้ชีวิตที่มีคุณภาพกลับมา

วันที่เผยแพร: 2022-10-18

“ไม่กลัวโรคมะเร็ง,แต่กลัวเจ็บ” รักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีนี้ ทำให้เธอห่างไกลจากโรคมะเร็ง ได้ชีวิตที่มีคุณภาพกลับมา

การมีสิทธิได้รับการรักษาเพื่อขจัดความเจ็บปวดเป็นสิทธิที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรจะได้รับ

เมื่อหลายปีก่อน อาจารย์หยู่จวนได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยฟู่ต้านว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย ได้กล่าวไว้ในหนังสือของตัวเองไว้ว่า “ไม่ถูพื้นที่กระทบโดนเตียงสร้างแรงกระเทือนเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ฉันเจ็บจนเป็นสลบไป” “เจ็บจนฉันลืมการรำไห้ จะต้องใช้สมาธิอย่างมากในการดำรงชีวิตอยู่ หากพลั่งเพลอไปความเจ็บจะทำให้จนสลบได้ทันที”

คูณผู้หญิง C เป็นคนไข้อีกท่านหนึ่งที่ได้รับความทรมานจากโรคมะเร็ง

01โรคมะเร็งรักษายากทำให้เธอ “ทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก”

      ในเดือนเมษายนปี ค.ศ.2020 เนื่องจากอาการปวดอย่างรุนแรงในข้อต่อกระดูกเชิงกราน คุณ C ได้เดินทางมาทำการรักษาที่โรงพยาบาล หลังจากทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วพบว่า เซลล์มะเร็งบริเวณเต้านมได้มีการลุกลามไปยังกระดูก หลังจากทำไบออฟซี่จึงแน่ใจได้ว่ามีการลุกลามของเนื้อเยื่อมะเร็งอย่างแน่นอน คุณ C ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน แต่เนื่องจากอาการปวดมีความรุนแรงมากขึ้นคุณC จึงได้ทำการกลับไปทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเดิม แต่เมื่อออกจากโรงพยาบาลความเจ็บปวดก็ยังมีอยู่ ถึงขนาดที่ไม่สามารถนอนหลับได้ ผลจากการรักษาความเจ็บปวดในโรงพยาบาลในเขตการรักษาของผู้ป่วยได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร

      เพื่อที่จะทำการรักษาความเจ็บปวดขึ้นอีกขั้น เมื่อได้ทำการสอบถามจากหลากหลายแห่งแลว จึงตัดสินใจเข้าทำการรักษาที่ศูนย์การรักษาแบบประคับประคองที่โรงพยาบาลมะเร็งรอยัลลีกวางโจว

      สภาพร่างกายของคุณ C ขณะเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลนั้น แพทย์หญิงเจียหมี่หลาน ยังจำได้ติดตาจนทุกวันนี้ “ผอมจนเห็นแต่กระดูก เป็นคำบรรยายที่ตรงตามลักษณะที่มองเห็นได้มากที่สุด” แพทย์หญิงจำได้ว่า ขณะเข้ามาทำการรักษานั้น ผู้ป่วยได้ผิดแผ่นแก้ปวดเอาไว้ทั่วหน้าอก แต่อาการเจ็บก็ไม่ได้ทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย ทำไม่ได้แม้กระทั่งการพักผ่อนเพื่อรับประทานอาการ

      และเป็นเพราะความเจ็บปวดที่รุนแรงและเจ็บมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน คุณC ทำได้แค่นอนขดตัวไม่สามารแม้กระทั่งจะนอนราบได้ หลังจากการวัดระดับความเจ็บปวดพบว่าความเจ็บปวดของคุณ C อยุ่ที่ระดับ 9 มะเร็งเต้านมระยะลุกลามไปยังกระดูก และอาการกระดูกอุ้งเชิงกรานหัก อาการเจ็บจากโรคมะเร็งบวกกับความเจ็บปวดจากกระดูกแตกเนื่องจากโรคมะเร็งส่งผลให้คุณC ทุกข์ทรมาณจากอาการอัมพาต แค่การพลิกตัวไปมาก็ทำให้เกิดอาการปวดแสนสาหัส

แผนการวัดระดับความเจ็บปวด

      กลับไปดูอาการของผู้ป่วยขณะเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลในระยะแรก แพทย์หญิงเจียหมี่หลานได้กล่าวว่า “ อาการของผู้ป่วยในระยะแรกมีความรุนแรงมาก เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง ขนาดของยาแก้ปวดที่ใช้ขณะอยู่ในโรงพยาบาลจะมากกว่าอยู่นอกโรงพยาบาลมาก แต่เมื่อออกจากโรงพยาบาล ผลจากการที่เคยใช้ยาแก้ปวดปริมาณมาก ทำให้อาการปวดเกิดการกลับมาปวดซ้ำได้เร็วขึ้น และอาการปวดรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ก่อนเข้ารับการรักษา เห็นได้ว่าผู้ป่วยได้เคยติดแผ่นแปะแก้ปวดเป็นจำนวนมาก

      แพทย์หญิงเจียหมี่หลานชี้แจงว่า ความเจ็บปวดเป้นเวลายาวนานจะทำให้เส้นประสาทมีความไวต่อความเจ็บปวด ส่งผลต่อการใช้ยาแก้ปวด ไม่ว่าจะใช้ยามากเพียงใดก็ไม่สามารถลดความรุนแรงของการเจ็บปวดได้ นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การรักษาก่อนหน้านี้ของคุณ C ไม่ประสบความสำเร็จ

      หลังผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ทางแผนกก็ได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้าให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยในทันที หลังจากการวินิจฉัย ได้จัดการทำการรักษาด้วยวิธีการใส่เครื่องให้สารระงับความเจ็บปวดโดดยตรงต่อเส้นประสาท และทำการให้สารอาหารแก่ผู้ป่วย ยาเคมีบำบัดแบบรับประทาน

แต่ก็ยังไม่พอ

      ถึงยาจะเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาแต่เทคนิคการรักษาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้

      ขณะทำการเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์หญิงเจียหมี่หลาน ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า เมื่อเห็นดังนี้นแพทย์หญิงจึงรู้ได้เลยว่า ผู้ป่วยได้รับความทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด อีกทั้งยังมีความกลัว ความเศร้า รู้สึกถึงความว่างเปล่า สับซนและขาดความช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รู้จักกับโรคของตัวเองดีขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยเดินออกมาจากความกลัวโรคมะเร็ง แพทย์หญิงได้ใช้เวลาในการพูดคุยให้กำลังใจและอธิบายสถานการณ์ของผู้ป่วยอย่างละเอียด ทำให้ผู้ป่วยค่อยๆเปิดใจรับและกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

      ดังที่ได้กว่ามาแล้วนั้น เมื่อได้รับการรักษาด้วยหลากหลายวิธีไปพร้อมๆกัน อาการของคุณ C ก็ค่อยๆทุเลาขึ้นตามลำดับ สามารถนอนหลับได้มากขึ้น รอยยิ้มบนในหน้าของผู้ป่วยก็เพิ่มขึ้นด้วย เริ่มเข้าใจและมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป

หลังจากผ่านการรักษาไปช่วงเวลาหนึ่ง

ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

      คนในครอบครัวของผู้ป่วยเห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าโรคร้ายจะไม่ได้มีผลกระทบต่อคนในครอบครัวโดยตรงแต่ก็ทำให้คนในครอบครัวมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะยอบรับความจริงได้อย่างไร และไม่รู้ว่าวิธีไหนจะช่วยผู้ป่วยได้บ้าง

      แต่ขณะนี้ ภายใต้การรักษาที่อบอุ่นและรอบคอบจากศูนย์การรักษาแบบประคับประคองเป้นเวลากว่าครึ่งปี แต่ก่อนผู้ป่วยที่เคยทำให้แต่นอนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ก็ค่อยๆเดินได้ ค่อยๆช่วยตัวเองได้บ้างแล้ว สร้างความสบายใจให้แก่สามีและลูกๆของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ทุกสองสามวันต้องไปโรงพยาบาล แต่เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็จะรู้สึกไม่สบายตัว พูดตรงๆแล้ว เรื่องนี้ทำให้คนในครอบครัวรู้สึกเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ อาการเจ็บปวดทุเลาลง ผู้ป่วยอารมณ์คงที่กว่าแต่ก่อน และดูมีความสุขมากขึ้น ทำให้คนในครอบครัวอารมณ์ดีตามไปด้วย

ภาพก่อนออกจากโรงพยาบาล ระดับความเจ็บปวดลดลงมาก ทำให้ผู้ป่วยกลับมายิ้มได้อีกครั้ง

      พยาบาลจากศูนย์การรักษาแบบประคับประคอง ได้กล่าวไว้ว่า “ แตกต่างกับตอนที่มาถึงโรงพยาบาลอย่างสิ้นเชิง ช่วงหลังๆจะได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องพักบ่อยๆ”

      จนถึงก่อนจะออกจากโรงพยาบาล ระดับความเจ็บปวดของผู้ป่วยอยู่ที่ 0-2 เท่านั้น อาการขาดสารอาหารและอาการนอนหลับไม่สนิทก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก่อนจะต้องเข้าโรงพยาบาลทุก2-3วันครั้ง แต่ตอนนี้แค่เข้าไปทำการตรวจซ้ำเดือนละครั้งเท่านั้น เมื่อเข้าทำการตรวจซ้ำอีกครั้งน้ำหนักของผู้ป่วยจากก่อนเข้ารับการรักษาอยู่ที่ 40กิโลกรัมก็เพิ่มขึ้นเป็น 60กิโลกรัม

03 การเข้ารับการรักษาเพื่อระงับอาการเจ็บปวดเป็นสิทธิที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคนควรจะได้รับ

      ความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลจะต้องเพชิญหน้าแทบทุกราย และเป็นการเพชิญหน้าที่ไร้ซึ่งทางแก้ไข แพทย์หญิงเจียหมี่หลานได้เตือนไว้ว่า “ความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งมีผลต่อคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็ง และลดความมั่นใจในการรักษาโรคมะเร็ง เพราะฉะนั้นหากมีอาการปวดซึ่งเกิดจากโรคมะเร็งขึ้นจะต้องทำการควบคุมรักษาโดยทันที”

      นอกเหนือจากนี้แล้ว นักวิจัยทางการแพทย์ของประเทศจีนเคยทำการทดลองและได้ข้อสรุปทางการแพทย์ว่า อาการปวดในระบบประสาทและอาการปวดจากโรคมะเร็งกระดูกมีส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักและขนาดของเนื้อเยื่อมะเร็ง

      นอกจากนี้แล้ว การดูแลสุขภาพจิตก็สามารถควบคุมโรคมะเร็งได้อีกทางเช่นกัน แพทย์หญิงเจียหมี่หลานได้ให้ความคิดเห็นไว้ว่า “ผู้ป่วยโรคมะเร็งส่วนมากจะมีความวิตกกังวลในระดับที่แตกต่างกันออกไป เครียด เศร้า ผิดหวังและความรู้สึกในทางลบต่างๆ แต่การดูแลทางสุขภาพจิต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด นอกจากจะลดความรู้สึกทางการเจ็บปวดได้แล้วนั้น ยังทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอยากกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง เพิ่มความทนต่อการเจ็บปวดของผู้ป่วยได้อีกด้วย

ภาพของแพทย์หญิง เจีย หมี่ หลาน

      ความเป็นมืออาชีพของผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาในแผนกต่างๆของโรงพยาบาลมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ใช้อำนาจทางการรักษา ในการทำความเข้าใจ สอบถาม พูดคุย และให้ความรู้ด้านการรักษากับผู้ป่วยไปในเวลาเดียวกัน ให้ผู้ป่วยได้ทำความรู้จักกับโรคของตัวเองอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ลดความกดดัน ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยได้รับการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

      อ้างอิงจากผลการรักษาทางคลินิก ทางโรงพยาบาลมีหลากหลายวิธีในการควบคุมโรคมะเร็ง ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีคนจำนวนมาก คิดว่าโรคมะเร็งมีผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคนจะต้องยอมรับ

      ในทางกลับกัน WTO ได้ให้คำแนะนำว่า การเข้ารับการรักษาเพื่อบำบัดความเจ็บนั้น เป็นสิทธิที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคนควรจะได้รับ การได้รับความสะดวกสบาย การได้รับการรักษาอย่างมีเกียรติ การรักษาที่คุณภาพ” เป็นวัตถุประสงค์หลักของศูนย์การรักษาแบบประคับประคอง

      และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามจุดประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ โรงพยาบาลมะเร็งรอยัลลีกว่างโจวได้ทำการว่าจ้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง พยาบาลด้านการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งระดับเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง แพทย์แผนจีน และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลและบำบัดผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อบำบัดอาการปวดจากโรคมะเร็ง บำบัดอาการบวมจากต่อมน้ำเหลืองโต ดูแลโภชนาการอย่างรอบด้าน การบำบัดด้วยแพทย์แผนจีน การผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตสำหรับผู้ป่วยและคนในครอบครัวของผู้ป่วย

      ในที่นี้ การบำบัดความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งลุกลามไปที่กระดูก ความเจ็บปวดจากเส้นประสาทถูกกดทับ อาการเจ็บจากไขกระดูกไม่ทำงานเนื่องจากการทำเคมีบำบัด อาการบวมจากต่อมน้ำเหลือง คลื่นไส้อาเจียน อาการขาดสารอาหาร จะได้รับการดูแลให้อาการบางเบาลง

คุณ C และคนในครอบครัวได้มอบธงให้กับศูนย์การรักษาแบบประคับประคอง

      ในเส้นทางของการรักษาโรคมะเร็งที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้ป่วยคนเดียวที่ดิ้นรมเพื่อก้าวข้าม แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เดินไปบนทางเดินนี้พร้อมกัน การให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างไม่เคยขาดหาย แสงและความหวังก็ส่องอยู่เสมอ

ติดตามเราได้ที่ รู้ทันข่าวสารโรคมะเร็ง
*
*
*
มี ไม่มี